รอบรู้เรื่องรถมือสอง

ภาวะตลาดรถมือสอง หลังเชฟโรเลตประกาศยกธงขาว

2020-02-20
No.19

ดั่งสายฟ้าฟาดลงกลางศีรษะของเหล่าบุคคลในแวดวงยานยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งดีลเลอร์และพนักงาน รวมไปถึงบรรดาพ่อค้ารถมือสองทั่วประเทศ   ในเช้าตรู่ของวันจันทร์ที่ 17 ก.พ. หลายคนเพิ่งจะลืมตาขึ้นในเช้าวันใหม่ของสัปดาห์ กลับต้องพบกับข่าวร้ายบนหน้าจอมือถือแบบไม่ทันตั้งตัว เมื่อบริษัท GM ยักษ์ใหญ่แห่งค่ายรถสัญชาติอเมริกันได้ประกาศยุติการผลิตและทำตลาดรถยนต์ยี่ห้อเชพโรเลตในประเทศไทยเนื่องจากได้ขายโรงงานที่ผลิตรถยนต์ให้กับกลุ่ม Great Wall Motors จากประเทศจีนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

.

ท่ามกลางความงุนงงในสถานการณ์ หลายคนยังคงช็อกและแทบจะตั้งตัวกันไม่ทัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพนักงานเชฟโรเลตที่กำลังจะถูกลอยแพกว่า 1,500 ชีวิต ที่ทุกคนต่างก็มีคนที่อยู่ข้างหลังต้องดูแล แม้ว่าบริษัท GM เองจะยืนยันว่าพร้อมที่จะจ่ายเงินชดเชยให้มากกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด

 

 

ในอีกด้านหนึ่ง คือ บรรดาผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว หรือ (ที่เรียกกันว่าเต๊นท์รถนั่นแหละ) ต่างเช็คข่าวกันให้วุ่นตลอดทั้งวันและก็เป็นไปตามคาด คือ ข่าวร้ายเริ่มทะยอยปล่อยออกมาอีกระลอก เมื่อสถาบันการเงินต่างๆเริ่มส่งข่าวมาว่า "ไม่รับจัดไฟแนนซ์" เชฟโรเลตทุกรุ่น   แน่นอนว่าเมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ ย่อมทำให้เกิดความโกลาหลตลอดทั้งวัน ทั้งเต๊นท์ที่มีเชฟโรเลตในมือ และลูกค้าที่กำลังจะไปออกรถเชฟที่เต๊นท์  หลายคนเริ่มทำใจล่วงหน้าว่า ราคารถยี่ห้อเชฟโรเลตจะร่วงทั้งกระดานแน่ๆ แต่แล้วก็ดั่งสวรรค์มาโปรดเมื่อ "ธนาคารธนชาต" รีบประกาศออกมาอย่างชัดเจน ว่าจะยังคงให้การสนับสนุนด้วยการปล่อยสินเชื่อให้รถเชฟโรเลตต่อไปตามปกติ ซึ่งก็นับว่าท่ามกลางข่าวร้าย ก็ยังมีข่าวดีอยู่บ้าง 

.

18 ก.พ. โชว์รูมเชฟโรเลตมือหนึ่งประกาศลดราคาแคปติว่ากว่า 50% โดยรุ่นต่ำสุดมีราคาเพียง 499,000 บาท !!! นั่นอาจจะไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจเท่าไร เพราะเป็นสิ่งที่คาดเดากันได้ไม่ยาก ว่ารถป้ายแดงต้องเร่งเคลียร์สต็อกกว่า 4,000 คันออกให้หมดก่อนสิ้นปี2563แน่นอน  แต่ที่สร้างความประหลาดใจสุดๆ คือ วันรุ่งขึ้นเกิดปรากฏการณ์โชว์รูมเชฟโรเลตแทบแตก เพราะคนแห่กันไปจองแคปติว่ากันอย่างท่วมโชว์รูมและบางโชว์รูมขายหมดเกลี้ยงภายใน 2 ชั่วโมง !!! นั่นสะท้อนให้เห็นว่าจริงๆแล้วคนไทยนั้นชอบของถูก เอ๊ยไม่ใช่ ยังมีคนไทยอีกจำนวนมากที่ให้ความเชื่อมั่นในแบรนด์เชฟโรเลต

 

 

วันนี้เราจะมาวิเคราะห์ถึงอนาคตของราคารถมือสองยี่ห้อเชฟโรเลตกันว่าจะมีแนวโน้มและทิศทางต่อไปอย่างไรในอนาคต

--------------------------------------------------------

ในแวดวงของการซื้อขายรถมือสองนั้น หลายคนมักคิดว่าเต๊นท์รถ คือ ผู้ที่กำหนดราคาตลาดของสินค้า 

แต่จริงๆแล้วผู้ที่กำหนดราคาตลาดนั้น คือ ผู้บริโภคเอง  เพราะเมื่อใดก็ตามที่สินค้ายังคงขายได้ หรือเรียกว่ายังมีความต้องการ และมีการซื้อขายเกิดขึ้นก็จะเกิดเป็นราคาและเมื่อใดก็ตามที่สินค้าขายไม่ออก ก็คือเรียกว่ามันไม่มีราคานั่นแหละ

ทีนี้การที่สินค้าแต่ละรุ่นจะมีราคากลางเท่าไรนั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่ามันมีความต้องการ(Demand)มากน้อยแค่ไหนและยังต้องนำมาเทียบกับจำนวนสินค้าที่มีในตลาดด้วย (Supply)

.

สรุปง่ายๆนะครับ เอาเป็นว่าถ้ารถรุ่นไหน คนอยากซื้อมีมากกว่าคนอยากขาย แปลว่า ราคารถจะขึ้น 

ถ้ารถรุ่นไหน คนอยากขายมีมากกว่าคนอยากซื้อ ราคารถจะลง  เข้าใจไหมครับ

.

ซึ่งภาวะตลาดของรถเชฟโรเลตมือสองในช่วงนี้จะต้องอิงสถานการณ์การขายของรถป้ายแดงเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรถที่มีโฉมเดียวกันหรือรุ่นเดียวกันกับรถป้ายแดงโดยตรง  เรียกว่าตอนนี้ถ้าสต็อกรถป้ายแดงทั้ง4,000คันยังขายไม่หมด รถมือสองไม่มีโอกาสได้ขายแน่  ยังไงก็ต้องยอมปล่อยให้รถป้ายแดงโละสต็อกเก่าออกให้หมดก่อน จากนั้นจึงมาดูกันอีกทีว่ายังคงมีความต้องการซื้อ (Demand) หลงเหลืออยู่อีกหรือไม่

หากยังมีความต้องการซื้อ (Demand) เหลืออยู่ นั่นแหละจึงเป็นคราวของรถมือสองที่จะได้ขาย แต่จะขายราคาเท่าไรนั้นคืออีกเรื่อง ซึ่งแน่นอนว่าราคาลดลงแน่นอน แต่จะลดลงเหลือเท่าไรนั้น ผมไม่อาจบอกได้ เพราะอย่างที่กล่าวไปแล้วว่า ราคาจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ Demand และ Supply มาอยู่ในจุดเดียวกัน และเกิดการซื้อขายขึ้นจริง

 

 

และปัจจัยสำคัญที่จะตัดสินว่ารถยนต์แต่ละรุ่นนั้นจะยังคงมี Demand อีกมากน้อยเท่าไร นั่นคือเรื่องของ "อะไหล่" และ "ช่างซ่อม" ok เรื่องช่างซ่อมอาจจะหาได้ไม่ยาก แต่เรื่องที่สำคัญกว่าคือการหา "อะไหล่" 

หากลูกค้ายังคิดว่าจะสามารถหาอะไหล่ได้ ลูกค้าจะยังคงกล้าซื้อ

แต่ถ้าเมื่อไรที่ลูกค้าไม่สามารถหาอะไหล่ได้ เมื่อนั้นแหละที่ลูกค้าจะหยุดซื้อ

ซึ่งจริงๆก็มีรถยนต์เชฟหลายรุ่นในไทยที่หยุดขายมานานแล้ว แต่ยังคงมีลูกค้าซื้อรถมือสองกันอยู่เรื่อยๆ เช่น CRUZE , SPIN , ZAFIRA , OPTRA , AVEO เพราะยังคงหาอะไหล่ได้อยู่

 

 

เอาเป็นว่าอนาคตของราคาเชฟโรเลตมือสองในไทยนั้น จะยังไปรอดหรือไม่รอดนั้นอยู่ที่แหล่งอะไหล่เป็นหลัก ซึ่งทางบริษัท GM ได้ประกาศอย่างชัดเจนว่าศูนย์บริการทุกแห่งทั่วประเทศจะยังคงให้บริการหลังการขาย และรับประกันคุณภาพ รวมถึงซ่อมบำรุงได้ตามปกติที่สาขาใกล้บ้านท่าน แปลว่าหากศูนย์บริการเชฟโรเลตยังคงเปิด ลูกค้าก็ยังสามารถหาแหล่งอะไหล่ได้ไม่ยาก

แต่ปัญหาก็ถือ หากลำพังเพียงแค่รายได้จากค่าซ่อมบำรุงและขายอะไหล่มันไม่เพียงพอที่จะทำให้ศูนย์บริการดำเนินธุรกิจต่อไปได้  เราก็คงได้เห็นการทะยอยปิดตัวลงของศูนย์บริการที่ละสาขาอย่างแน่นอน ซึ่งมันย่อมกระทบถึงราคารถมือสองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ดังนั้นหากจะให้คาดการณ์ราคารถมือสองของเชฟโรเลต ณ ตอนนี้เลย บอกเลยว่า แม้แต่พระเจ้าก็ยังพยากรณ์ไม่ได้เพราะสุดท้ายแล้วคนที่กำหนดราคาก็คือผู้บริโภค และตัวชี้วัดที่สำคัญที่สุดก็คือแหล่งอะไหล่

 

 

ในช่วงนี้หากใครที่ยังพอมีกำลังซื้อไม่ว่าจะรถป้ายแดงหรือรถมือสอง ผมมองว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่คุณจะมีโอกาสได้ของดีราคาถูกเพราะเป็นช่วงที่ศูนย์บริการยังอยู่ครบและสต็อกอะไหล่เชื่อว่าน่าจะเพียงพอไปอีก 2-3 ปี  

สรุปว่าถ้าตอนนี้ใครที่อยากเล่นเชฟ และคำนวณแล้วว่าคุ้มกับความเสี่ยงในเรื่องการจัดหาอะไหล่และหาอู่ซ่อม ก็เล่นได้เลยหากว่ารับราคาได้   ok ถ้าประเมินอนาคตไว้อย่างแย่ที่สุด ก็คือศูนย์บริการอาจจะปิดไปจนหมดเกลี้ยง จนสุดท้ายแล้วก็ต้องมาดูกันอีกทีว่า ณ ตอนนั้นใครจะเป็นคนจัดหาอะไหล่เข้ามาจำหน่าย เมื่อถึงเวลานั้นแล้วหากไม่มีใครสามารถหาอะไหล่เข้ามาขายได้เลย นั่นแหละจึงจะถึงเวลาอำลาเชฟโรเลตในไทยอย่างแท้จริง

 

No.19